บริการนำเข้าในนามลูกค้า (BL)

 

อยากนำเข้าในนามบริษัทตัวเอง เสียภาษียังไง ค่าใช้จ่ายเยอะมั้ย?

วิธีการนำเข้าในนามลูกค้าแบบ BL ช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ลูกค้าที่ต้องการบริการนำเข้าในนามลูกค้า(BL) หมายถึง การที่ลูกค้าหรือบริษัทลูกค้าเป็นผู้นำเข้ากับกรมศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสารนำเข้าทั้งหมด ถูกกฎหมายเสียภาษีถูกต้องในนามลูกค้า

การนำเข้าในนามบริษัท คือ นำเข้าโดยออกเอกสารการนำเข้าในนามลูกค้าไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคลและนามบริษัทและสามารถทำได้ทั้งแบบเหมาตู้ FCL (ทางเรือ) หรือ รวมตู้ LCL (ทางรถ) เอกสารและขั้นตอนต่างๆ ทางลูกค้าผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจะต้องเป็นผู้เตรียมให้ทางด่านศุลกากร แต่ที่นิยมกันมากที่สุดคือการหาตัวแทนในการจัดการเรื่องการส่งออกและนำเข้า ตรงนี้จะประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาได้มากที่สุด เนื่องจากตัวแทนนั้นจะมีประสบการณ์และศักยภาพในการจัดการบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆได้ดีกว่าบวกกับจำนวนตู้ที่นำเข้าในแต่ละวันมีมากกว่าลูกค้าจะทำการดิวในแต่ละตู้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้รวมถึงประหยัดเวลาได้มากกว่า

 

ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแค่ลูกค้าเตรียมเอกสารหลักของบริษัทลูกค้าให้ครบถ้วนในรอบแรกเท่านั้น จะครอบคลุมถึงบริการดังนี้

  1. จดทะเบียนผู้นำเข้ากับกรมศุลกากร
  2. ชิปปิ้งขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า
  3. เปิดรหัสส่งสินค้าเพื่อยืนยันการนำเข้าในนามลูกค้า

 


สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ สามารถนำไปใช้กับกรมศุลกากรและสรรพากร รวมถึงนำเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่บัญชี สำนักบัญชีที่ดูแลบริษัทลูกค้าได้ทั้งหมด

1. ใบขนสินค้า

2. ใบกำกับภาษี

3. ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E

เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการนำค่าใช้จ่ายต่างๆไปใช้ลงบัญชีเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย และสามารถใช้เป็นหลักฐานการนำเข้าแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสรรพากรและศุลกากรได้


Form E คือ เอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าว่าเป็นสินค้าที่ผลิตและส่งออกจากสมาชิกประเทศใน ACFTA โดยที่ประเทศไทยกับประเทศจีนได้มีการตกลงทำสิทธิพิเศษทางการค้าอาเซียน-จีนไว้ร่วมกัน โดยที่ผู้นำเข้าสินค้าหลายประเทศมักจะขอฟอร์ม E ในการนำเข้าสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษีนำเข้าซึ่งบางรายการอาจลดลงเหลือ0% คือไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

 

สำคัญมาก : รายละเอียดของเอกสารในการนำเข้าส่งออกทั้งหมด ควรตรงกันทุกตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็น Bill of Loading , Commercial Invoice , Packing List , ที่อยู่ ผู้นำเข้า-ส่งออก , ลำดับของสินค้า , เครื่องหมายและเลขที่บนหีบห่อ , จำนวนของสินค้า , และชนิดของสินค้า รวมไปถึงรหัสพิกัดสินค้า (HS Code), ถิ่นกำเนิดสินค้า, น้ำหนักรวม (Gross Weight), เลขที่และวันที่ของ Invoice ทุกอย่างที่กล่าวมานี้จะต้องเป็นข้อมูลถูกต้อง 100% ทุกประการ

 

ถ้าข้อมูลใน Form E ไม่ตรงกับข้อมูลในเอกสารที่ได้ยื่นประกอบควบคู่กัน ทางเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ Form E และไม่อนุญาตให้ลดหย่อนภาษีอากรของสินค้านำเข้าได้

ดังนั้นลูกค้าควรหาบริษัทนำเข้าที่มีประสบการณ์ในการออกเอกสารนำเข้าเหล่านี้และลูกค้าควรทำการตรวจสอบเอกสารด้วยตัวเองทุกครั้ง

ค่าใช้จ่ายหลักในการนำเข้าในนามลูกค้า(BL)

1. ค่าขนส่งจีน-ไทย(ทางรถ)

2. ค่าฟอร์มอี (Form E) 1,500 บาท

3. ค่าภาษีนำเข้า และ ค่าภาษีอื่นๆ(ถ้ามี)

4. ค่า VAT 7%

5. ค่าบริการชิปปิ้งและค่าดำเนินการเอกสารอื่นๆ

 

หากต้องการนำเข้าในนามลูกค้า(BL) กรุณาแจ้ง Line : @china20baht ก่อนทำการสั่งซื้อทุกครั้ง

จดทะเบียน บริษัท นํา เข้า-ส่งออก นำเข้าสินค้า ในนามบุคคล จดทะเบียนนำเข้าสินค้า นำเข้าส่งออก ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าจากจีน ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจากจีนแบบถูกต้อง นำเข้าจากจีนในนามบริษัทตัวเอง รีวิวการนำเข้าจากจีน นำเข้าจากจากจีนเคลียร์กับกรมศุลกากร เคลียร์ภาษีกับกรมศุลทำยังไง ลงทะเบียนผู้นำเข้าสินค้า ขั้นตอนการนำเข้ากับกรมศุลกากร ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแพงมั้ย ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแบบถูกต้อง อยากนำเข้าในนามบริษัทตัวเอง เสียภาษียังไง ค่าใช้จ่ายเยอะมั้ย จดทะเบียนบริษัทนำเข้า-ส่งออก การลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก กับกรม อยากนำเข้าให้ถูกต้อง นำเข้ายังไงไม่ให้โดนตำรวจจับ จดทะเบียนนำเข้า อยากนำเข้าจากจีนแบบถูกต้อง เคลียร์ภาษีจากจีนยังไง ให้ชิปปิ้งเคลียร์ภาษี เคลียร์สินค้าจากกรมศุลกากร จะเริ่มต้นนำเข้าในนามบุคคลหรือนิติบุคคล ลงทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากร ลงทะเบียน paperless ตรวจสอบลงทะเบียนpaperless รายชื่อผู้นำเข้าส่งออก เปิดบริษัทนำเข้าส่งออก หาคนเคลียร์กับกรมศุล ชิปปิ้งเคลียร์กับกรมศุลกากร